ข่าว

น้ำมันขึ้นอีก 0.75 บาท 2 ต.ค. 2569 เทียบก่อนสงคราม ดีเซลแพงขึ้นลิตรละ 12 บาท

กบน. ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผล 2 ต.ค. 2569 ดีเซลเป็น 42.19 บาท เทียบกับก่อนสงครามตะวันออกกลางที่ 29.94 บาท แพงขึ้นกว่า 40% เช็กตารางเทียบราคาและค่าน้ำมันต่อเดือน

minkii ·

คนใช้รถเตรียมจ่ายเพิ่มอีกรอบ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเมื่อ 1 ต.ค. 2569 ให้ขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน ทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่ 2 ต.ค. 2569 เวลา 05.00 น.

ถ้าดูแค่รอบนี้อาจรู้สึกว่าไม่มาก แต่ถ้าย้อนไปเทียบกับราคาก่อนสงครามตะวันออกกลางปะทุเมื่อปลาย ก.พ. 2569 จะเห็นว่า ดีเซลแพงขึ้นลิตรละกว่า 12 บาท หรือมากกว่า 40%

TL;DR

  • น้ำมันทุกชนิดขึ้นอีก 0.75 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 2 ต.ค. 2569
  • ดีเซลเป็น 42.19 บาท จากก่อนสงครามที่ 29.94 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เป็น 40.69 บาท จากก่อนสงครามที่ 30.55 บาท
  • สาเหตุของรอบนี้คือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบ และกองทุนน้ำมันต้องชดเชยหนักขึ้น

ตารางเทียบราคา: ก่อนสงคราม vs 2 ต.ค. 2569

ชนิดน้ำมัน ก่อนสงคราม (บาท/ลิตร) 2 ต.ค. 2569 (บาท/ลิตร) เพิ่มขึ้น %
ดีเซล 29.94 42.19 +12.25 +40.9%
แก๊สโซฮอล์ 95 30.55 40.69 +10.14 +33.2%
แก๊สโซฮอล์ 91 30.18 40.32 +10.14 +33.6%
แก๊สโซฮอล์ E20 28.34 35.69 +7.35 +25.9%
แก๊สโซฮอล์ E85 26.29 31.63 +5.34 +20.3%

ราคาก่อนสงครามคือราคาขายปลีกของบางจากในกรุงเทพฯ ที่ประกาศเมื่อ 18 ก.พ. 2569 และใช้อยู่จนถึงก่อนสงคราม ส่วนราคา 2 ต.ค. 2569 มาจากมติ กบน. ราคาจริงอาจต่างกันเล็กน้อยตามพื้นที่และแบรนด์ปั๊ม

ดีเซล B20 ไม่ได้อยู่ในตาราง เพราะไม่มีราคาก่อนสงครามให้เทียบ โดยราคาใหม่ตั้งแต่ 2 ต.ค. คือ 37.19 บาท/ลิตร

ไทม์ไลน์การปรับราคาน้ำมัน

  • ก่อนสงคราม: ดีเซลถูกตรึงไว้ที่ 29.94 บาทมาตั้งแต่ต้นปี
  • 26 มี.ค. 2569: กบน. ขึ้นราคาทุกชนิดทีเดียว 6 บาท/ลิตร ดีเซลขึ้นไปที่ 38.94 บาท
  • 5 เม.ย. 2569: ดีเซลขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของปีที่ 50.54 บาท
  • มิ.ย.–ก.ค. 2569: ราคาทยอยลดลง ดีเซลต่ำสุดที่ 34.94 บาทในเดือน ก.ค.
  • ส.ค.–ต.ค. 2569: กลับมาขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง จนดีเซลแตะ 42.19 บาทในรอบนี้

แปลว่าแม้ราคาจะยังไม่สูงเท่าช่วงพีคเดือน เม.ย. แต่ก็ยังห่างจากระดับก่อนสงครามมาก

ทำไมต้องขึ้นรอบนี้?

กบน. ให้เหตุผลว่าตะวันออกกลางตึงเครียดหนักขึ้น และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่คืบหน้า วันที่ 1 ต.ค. ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ขึ้นไปเกิน 179 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้กองทุนน้ำมันต้องชดเชยราวๆ วันละ 430 ล้านบาท

ที่สำคัญคือกองทุนยังอุดหนุนดีเซลอยู่ โดยดีเซลธรรมดาได้รับการชดเชยลิตรละ 4.07 บาท และ B20 ลิตรละ 8.14 บาท ถ้าไม่มีกองทุน ราคาหน้าปั๊มจะสูงกว่านี้อีก

ค่าน้ำมันต่อเดือน: ก่อนสงคราม vs ตอนนี้

ตัวอย่างนี้คำนวณจากการขับ 1,500 กม./เดือน เป็นตัวเลขประมาณการ อัตราสิ้นเปลืองจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถและสไตล์การขับ

ประเภทรถ (สมมติอัตราสิ้นเปลือง) น้ำมัน ก่อนสงคราม 2 ต.ค. 2569 จ่ายเพิ่ม/เดือน
กระบะ/PPV (12 กม./ลิตร) ดีเซล ~3,740 บาท ~5,270 บาท ~1,530 บาท
อีโคคาร์/ซีดาน (16 กม./ลิตร) แก๊สโซฮอล์ 95 ~2,865 บาท ~3,815 บาท ~950 บาท
อีโคคาร์/ซีดาน (16 กม./ลิตร) E20 ~2,655 บาท ~3,345 บาท ~690 บาท

คนใช้กระบะดีเซลจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 1,500 บาท หรือ ปีละเกือบ 18,000 บาท เทียบกับช่วงก่อนสงคราม ถ้าวิ่งงานเยอะกว่านี้ ตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้นตาม

แล้วรถ EV ล่ะ?

ค่าไฟเฉลี่ยงวด ก.ย.–ธ.ค. 2569 ถูกตรึงไว้ที่ 3.95 บาท/หน่วย (ยังไม่รวม VAT) ต่อเนื่องจากงวดก่อน ถ้ารถ EV ใช้ไฟประมาณ 15 kWh ต่อ 100 กม. และขับ 1,500 กม./เดือน จะใช้ไฟราว 225 หน่วย หรือ ประมาณ 900–950 บาท/เดือน เมื่อชาร์จที่บ้าน

ขณะที่น้ำมันขึ้นไป 20–40% ตั้งแต่สงครามเริ่ม ค่าไฟยังถูกตรึงไว้ ส่วนต่างระหว่างรถน้ำมันกับ EV จึงยิ่งห่างขึ้น แต่ถ้าชาร์จตามสถานี DC เป็นหลัก ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้ตามเรตของแต่ละผู้ให้บริการ

เคล็ดลับประหยัดค่าน้ำมันช่วงนี้

  1. เช็กคู่มือรถว่ารองรับ B20 หรือ E20 หรือไม่ ถ้ารองรับ จะประหยัดได้ลิตรละ 5 บาทเมื่อเทียบกับดีเซลธรรมดาหรือแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ห้ามเติมถ้ารถไม่รองรับ
  2. เติมลมยางตามสเปก และไม่บรรทุกของเกินจำเป็น เพราะทั้งสองอย่างมีผลกับอัตราสิ้นเปลือง
  3. ขับนุ่มนวล ไม่เร่งกระชาก และใช้ความเร็วคงที่บนทางหลวง

ความเห็นของเรา

0.75 บาทรอบนี้เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เมื่อมองภาพรวม ตั้งแต่สงครามเริ่ม คนใช้ดีเซลจ่ายแพงขึ้นกว่า 40% แล้ว และกองทุนก็ยังต้องอุดหนุนอยู่ ถ้าตะวันออกกลางยังไม่สงบ มีโอกาสสูงที่จะเห็นการปรับขึ้นอีก สำหรับคนที่กำลังคิดจะเปลี่ยนรถ ค่าใช้จ่ายรายเดือนจึงควรเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจไม่แพ้ราคารถ

ตั้งแต่ราคาน้ำมันขึ้น คุณปรับวิธีใช้รถไปบ้างหรือยัง? คอมเมนต์บอกกันได้เลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง