เปรียบเทียบ

ค่าน้ำมัน vs ค่าชาร์จ EV ตู้ DC ต่างกันแค่ไหน? เทียบดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 และ E20 ที่ 10–25 กม./ลิตร

คำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตรของรถน้ำมันที่ 10, 15, 20 และ 25 กม./ลิตร เทียบกับรถ EV ที่ชาร์จตู้ DC สาธารณะ พร้อมตัวเลขว่าเปลี่ยนมาใช้ EV แล้วประหยัดได้ปีละเท่าไร

minkii · อัปเดตล่าสุด

เปลี่ยนมาใช้รถ EV แล้วจะประหยัดจริงไหม? คำตอบขึ้นอยู่กับ 2 เรื่อง คือ รถคันเดิมของคุณกินน้ำมันแค่ไหน และ คุณชาร์จไฟที่ไหน

บทความนี้เทียบแบบที่ EV เสียเปรียบที่สุด คือชาร์จที่ตู้ DC สาธารณะอย่างเดียว ไม่ได้ชาร์จที่บ้านเลย ถ้าตัวเลขยังออกมาว่าประหยัด แปลว่าคนที่ชาร์จบ้านได้จะประหยัดกว่านี้อีก

ราคาที่ใช้คำนวณ

น้ำมัน (ราคาปั๊ม ปตท./บางจาก กรุงเทพฯ วันที่ 1 ต.ค. 2569)

  • ดีเซล B7: 41.44 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 34.94 บาท/ลิตร

ไฟฟ้า ตู้ DC สาธารณะ ราคาต่างกันตามผู้ให้บริการ ช่วงเวลา (On-Peak/Off-Peak) และกำลังตู้ เราจึงใช้ 3 ระดับ

  • ถูก: 6.6 บาท/kWh (เช่น ช่วง Off-Peak)
  • กลาง: 7.5 บาท/kWh
  • แพง: 9.0 บาท/kWh (เช่น ตู้ Ultra Fast หรือตู้ในห้าง)

อัตราสิ้นเปลืองของ EV ใช้ 6 กม./kWh (ประมาณ 16.7 kWh/100 km) ซึ่งใกล้เคียงกับรถ EV ขนาดเล็กถึง SUV ขนาดกลางที่ขับแบบทั่วไป ส่วน SUV คันใหญ่อาจได้ราว 5 กม./kWh

ราคาน้ำมันและค่าชาร์จเปลี่ยนบ่อย ก่อนคำนวณเองควรเช็กราคาล่าสุดที่หน้าปั๊มหรือในแอปของผู้ให้บริการชาร์จ

สูตรคำนวณ

  • ค่าน้ำมันต่อ กม. = ราคาน้ำมันต่อลิตร ÷ กม./ลิตร
  • ค่าชาร์จต่อ กม. = ค่าไฟต่อหน่วย ÷ กม./kWh

ตัวอย่าง: รถ E20 วิ่งได้ 15 กม./ลิตร → 34.94 ÷ 15 = 2.33 บาท/กม. รถ EV ชาร์จตู้ 7.5 บาท วิ่งได้ 6 กม./kWh → 7.5 ÷ 6 = 1.25 บาท/กม.

ตาราง 1: ค่าน้ำมันต่อ 1,000 กม.

อัตราสิ้นเปลือง ดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 E20
10 กม./ลิตร 4,144 บาท 3,994 บาท 3,494 บาท
15 กม./ลิตร 2,763 บาท 2,663 บาท 2,329 บาท
20 กม./ลิตร 2,072 บาท 1,997 บาท 1,747 บาท
25 กม./ลิตร 1,658 บาท 1,598 บาท 1,398 บาท

ตาราง 2: ค่าชาร์จ EV ตู้ DC ต่อ 1,000 กม.

ค่าไฟตู้ DC EV 6 กม./kWh EV 5 กม./kWh
6.6 บาท/kWh 1,100 บาท 1,320 บาท
7.5 บาท/kWh 1,250 บาท 1,500 บาท
9.0 บาท/kWh 1,500 บาท 1,800 บาท

ตาราง 3: ประหยัดได้ปีละเท่าไร (ขับ 20,000 กม./ปี)

เทียบกับ EV ชาร์จตู้ DC 7.5 บาท/kWh วิ่ง 6 กม./kWh ซึ่งมีค่าชาร์จประมาณ 25,000 บาท/ปี

รถเดิมวิ่งได้ เดิมเติมดีเซล เดิมเติม 95 เดิมเติม E20
10 กม./ลิตร ประหยัด ~57,900 ~54,900 ~44,900
15 กม./ลิตร ~30,300 ~28,300 ~21,600
20 กม./ลิตร ~16,400 ~14,900 ~9,900
25 กม./ลิตร ~8,200 ~7,000 ~3,000

อ่านตารางนี้ยังไง

  • รถกินน้ำมัน (ราว 10 กม./ลิตร) เช่น กระบะหรือ PPV ดีเซลที่ใช้ในเมือง หรือ SUV เบนซินคันใหญ่ เปลี่ยนเป็น EV ประหยัดได้ราว 4.5–5.8 หมื่นบาทต่อปี ถึงจะชาร์จตู้ DC อย่างเดียวก็ตาม
  • รถทั่วไป (ราว 15 กม./ลิตร) เช่น เก๋งหรือ SUV ขนาดกลาง ประหยัดได้ราว 2–3 หมื่นบาทต่อปี
  • รถประหยัดอยู่แล้ว (20–25 กม./ลิตร) เช่น อีโคคาร์หรือไฮบริด ส่วนต่างเหลือแค่หลักพันถึงหมื่นต้นๆ และถ้าชาร์จตู้แพง 9 บาท รถ E20 ที่วิ่งได้ 25 กม./ลิตร (1,398 บาท/1,000 กม.) ถูกกว่า EV (1,500 บาท) ด้วยซ้ำ

จุดคุ้มทุน: ถ้า EV จ่ายค่าชาร์จ 1.25 บาท/กม. รถน้ำมันจะต้องวิ่งได้ราว 28 กม./ลิตร (E20), 32 กม./ลิตร (95) หรือ 33 กม./ลิตร (ดีเซล) ถึงจะมีค่าเชื้อเพลิงเท่ากัน ซึ่งรถน้ำมันส่วนใหญ่ทำไม่ได้ในการขับจริง

ถ้าชาร์จที่บ้านได้ด้วย

ตัวเลขทั้งหมดข้างบนคิดจากตู้ DC ล้วน ซึ่งแพงที่สุด ถ้าชาร์จที่บ้านได้ โดยเฉพาะถ้าใช้มิเตอร์ TOU แล้วชาร์จช่วง Off-Peak ค่าไฟต่อหน่วยจะต่ำกว่าตู้ DC มาก ทำให้ประหยัดได้มากกว่าในตาราง แต่ต้องมีค่าติดตั้ง Wallbox และอาจมีค่าเปลี่ยนมิเตอร์เพิ่ม

สิ่งที่ตารางนี้ยังไม่ได้รวม

  • ส่วนต่างราคารถ ถ้า EV แพงกว่ารถน้ำมันที่คุณเล็งไว้ เงินที่ประหยัดได้อาจต้องใช้หลายปีกว่าจะคืนทุน
  • ค่าบำรุงรักษาและเบี้ยประกัน ซึ่งแต่ละรุ่นต่างกัน
  • ค่าจองตู้และค่าปรับจอดค้าง ที่บางผู้ให้บริการเก็บเพิ่ม
  • อัตราสิ้นเปลืองจริง ซึ่งขึ้นกับสภาพรถติด การเปิดแอร์ และสไตล์การขับ ทั้งรถน้ำมันและ EV
  • ราคาขายต่อ ในอนาคต

สรุป

EV ช่วยประหยัดได้ชัดที่สุดสำหรับคนที่ใช้รถกินน้ำมันและขับเยอะ ส่วนคนที่ใช้ไฮบริดหรืออีโคคาร์ประหยัดๆ อยู่แล้ว และต้องพึ่งตู้ DC อย่างเดียว ค่าเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้อาจไม่มากพอจะเป็นเหตุผลเดียวในการเปลี่ยนรถ

แล้วรถของคุณตอนนี้วิ่งได้กี่ กม./ลิตร? ลองเทียบกับตารางแล้วมาบอกกันในคอมเมนต์ว่าถ้าเปลี่ยนเป็น EV จะประหยัดได้ปีละเท่าไร